ตั้งเป็นหน้าแรก  
Bookmark and Share  
  หน้าแรก | ประกาศสินค้า | วิทยุออนไลน์ | เกมส์ | หาเพื่อน | ดูทีวีออนไลน์ | บันเทิง | บทความดีๆ | ไอที | สาระน่ารู้ | สารบัญเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา  
     อุปกรณ์สื่อสาร   คอมพิวเตอร์   กีฬา   บ้านและที่ดิน   เกมส์และของเล่น   เบ็ดเตล็ด   ของสะสม 
     ประกาศ    ดนตรี   ยานพาหนะ   เครื่องใช้ไฟฟ้า   สัตว์เลี้ยงและต้นไม้   เครื่องแต่งกาย   
     อุปกรณ์ถ่ายภาพ    อุตสาหกรรม   หนังสือและเครื่องเขียน   งานและการศึกษา   อาหารและสุขภาพ   อุปกรณ์สำนักงาน   
   หน้าแรกหมวดบทความโดนๆบทความซึ้งๆบทความเศร้าๆ » ขอเพียงอย่านำดวงใจไปให้ใครเหยียบเล่น
 

ขอเพียงอย่านำดวงใจไปให้ใครเหยียบเล่น


ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้


เมื่อต้องการความสุขที่ยั่งยืน
มาเป็นรางวัลตอบแทนการเกิดมาของชีวิต
เราไม่ควรที่จะให้จิตใจไหลลู่
ตามแรงโน้มถ่วงของอารมณ์
ไม่ควรให้ความรู้สึกที่ติดลบมาเหยียบย่ำชีวิตจิตใจ
แล้วต้องทำให้เราเป็นได้แค่ผู้ยอมจำนน




การเรียกร้องเพื่อได้ครอบครองความสุขแต่ปฏิเสธที่จะอยู่กับความทุกข์
ชื่อว่าเป็นธรรมดาที่เราทุกคนล้วนมีความรู้สึกเช่นนั้น
เพราะเรามักจะคิดว่าความสุข เป็นสิ่งที่ชวนให้เข้าไปสัมผัส
แต่ความทุกข์เป็นสิ่งที่ควรผลักไสออกไปให้ ไกลตัว

แต่ผู้อ่านสังเกตไหมว่า แม้เราจะเกลียดความทุกข์
หรือต้องการหันหน้ามารักกับความสุขมากเพียงใด
แต่หากไม่เข้าใจวิธีสร้างสุขให้เกิดมีแก่ตัวเรา
และไร้วิธีปลดปล่อยความทุกข์ ให้ออกไปไกลตัว
เราก็ยังชื่อว่ามีความทุกข์ที่พร้อมจะทอดเงาไปกับเราอยู่ทุก เมื่อเช่นเคย

ผู้อ่านลองสังเกตต่อไปอีกว่า หลายครั้งที่เราชอบชี้บอกเพื่อให้คนอื่นมีความสุข
แต่หลังฉากของความสุขนั้น เรากลับต้องจมอยู่กับความทุกข์เสียเอง
เป็นประเภทหน้าชื่นแต่อกตรมอย่างน่าสงสาร

ทั้งที่บางครั้งปัญหาที่คนอื่นมองว่าใหญ่หลวงยิ่ง
เรากลับมองว่ามันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
ไม่น่าจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้แต่อย่างใด
เพราะเรามองสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยความเข้าใจ
และรู้จักวางใจที่จะทำความรู้จักกับปัญหาอย่างรู้เท่าทัน

ตรงกันข้าม เมื่อวันหนึ่งเราประสบกับปัญหา
ที่ทำให้ความทุกข์มากลุ้มรุ้มจิตใจ
เราเองกลับรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ช่างเป็นเรื่องลำบากที่จะผ่านมันไป
ทั้งที่เรื่องที่เกิดขึ้นคนอื่นกลับมองว่า มันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง

ด้วยเหตุนี้ การจะแสวงหาความสุขให้เกิดขึ้นกับชีวิตจิตใจของเรา
จึงไม่ใช่ อยู่ที่การสัมผัสแค่ความสุขที่ได้รับเท่านั้น
แต่รวมถึงการทำความรู้จักความ ทุกข์ หรือปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยความเข้าใจอีกด้วย



พระพุทธศาสนาสอนไว้ว่าธรรมชาติของชีวิตนั้น
มีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิด ขึ้น ตั้งอยู่ และก็ดับไป
เมื่อใดที่เราเข้าใจกระบวนการเกิดขึ้นของสิ่ง ต่างๆอย่างรู้เท่าทัน
ไม่หลงประเด็นในเรื่องราวที่ปรากฏ
เราย่อมเกิดปัญญาจากสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นปัญหาเสมอ

แต่สำหรับคนทั่วไป เวลาประสบกับความทุกข์หรือปัญหา
เรามักปฏิเสธที่จะทำความเข้าใจในมัน
โดยอาศัยการเบี่ยงเบนไปที่อื่น เพื่อกลบเกลื่อนความทุกข์ที่มีอยู่
เพราะเราชอบคิดเข้าข้างตัวเองเสมอว่า
ความทุกข์นั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้
โดยไม่ต้องลงมือแก้ไขที่จิตใจแต่อย่างใด
เราก็สามารถที่จะผ่านมันไปได้เช่นกัน



หลายคนจึงชอบใช้วิธีเลี่ยงความทุกข์ ด้วยการไปทำอย่างอื่นแทน
อาจแสวงหา วัตถุเงินทองเพื่อมาบำบัดให้ทุกข์ทุเลา
เมื่อใช้วิธีหลบเลี่ยงอยู่นานวัน และรู้สึกว่ามันแก้ไขได้
เราจึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้แหละ คือเครื่องมือในการกำจัดทุกข์หรือปัญหาอย่างถาวร
ทำให้เราพลัดหลงจากความจริงที่ควรรับรู้อย่างน่าเสียดาย

เราจึงบ่ายหน้าไปสู่กับดักของความทุกข์
โดยที่เราเองก็ยินดีที่จะเป็นทาสรับใช้
ซึ่งเหมือนกับการนำชีวิตที่มีค่าไปฝากไว้กับคนที่ไม่เห็นคุณค่า
สุดท้ายเราจึงถูกทำร้ายให้เจ็บช้ำในเวลาต่อมา

ความสุขที่ควรจะเกิดขึ้นแก่เรา จึงเป็นพียงภาพลวงตาที่เราเข้าใจว่ามันใช่เท่านั้น
แม้วันหนึ่งเราอาจต้องการหนีออกไปให้ไกลจากความทุกข์ที่มาคุมขังเรา
ภาพลวงของความร้ายก็มักทำลายคุณค่าหลายๆ อย่างให้หายไปจากเรา
เกินกว่าจะกู้กลับคืนมาได้ดังเดิม

แต่เมื่อเรารู้จักสร้างความเข้าใจให้กับตัวเอง
รู้จักดูแลจิตใจอันเป็นหัวใจหลักของการมีชีวิตอยู่
ด้วยการอาศัยสติมาคอยดูแล
เพื่อให้ทุกอย่างได้ดำเนินไปอย่างเข้าใจ
นั่นชื่อว่าเรากำลังสร้างวิธีให้ใจของเราได้ทำหน้าที่อย่างที่มันควรจะเป็น

เป็นการให้ชีวิตจิตใจของเราได้เรียนรู้ที่จะอยู่อย่างมีคุณค่า
เพื่อให้ชีวิตได้เป็นแหล่งพักของสิ่งต่างๆอย่างที่มันควรจะเป็น
โดยให้ใจได้ทำหน้าที่รับรู้สิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามา
แล้วทำการแยกแยะสิ่งดี และร้ายให้ออกจากกัน

พร้อมกันนั้น ก็ให้ใจได้เรียนรู้ทั้งด้านบวกและด้านลบของปัญหา
แล้วรู้จักที่จะสร้างปัญญา จากความยุ่งยาก
ที่เคยทำให้ผู้ที่ไร้สติครองน้ำตานองหน้ามาก่อน
ได้แปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ เพราะรู้เท่าทันปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ

เมื่อทำได้เช่นนี้ ทุกการเคลื่อนไหวของชีวิตจิตใจที่เราได้ครอบครอง
ก็พร้อมที่จะแปรขบวนชีวิต ให้เป็นไปในกรอบของความดีงามตามวิถี
ซึ่งช่วยฟ้องให้เรารู้ว่าชีวิตมี ค่าเสมอหากเราเข้าใจมัน




พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งยังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ
แม้จะถูกล้อมกรอบให้ลุ่มหลงในความเป็นเจ้าฟ้ามหากษัตริย์เพียงใด
แต่พระองค์ ก็ไม่ยอมที่จะให้สิ่งร้ายๆมาครอบครองพื้นที่ชีวิตทั้งหมด

พระองค์ได้เรียนรู้ที่จะฝึกใจให้เข้มแข็ง
ด้วยการหมั่นไตร่ตรองข้อบกพร่องที่มีอยู่
เพื่อให้เห็นความจริงที่ชีวิตควรจะรู้จัก
จนเมื่อการฝึกฝนที่จะออกจากปัญหาสุกงอม
พระองค์จึงเลือกที่จะสละความเป็นเจ้าชาย
แล้วมาอยู่กับเหตุผลของคนธรรมดาที่สามารถบรรลุสัจธรรมในชีวิตได้

เหตุผลหลักที่ทำให้เจ้าชายผู้เคยอยู่สุขสบายในทางโลก
ได้เลือกเปลี่ยนมาอยู่กับความสุขสงบทางธรรม
เพราะพระองค์ได้เรียนรู้ว่า...
ตราบใดที่ชีวิตยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่
แม้วันนี้อาจรู้สึกว่ายังสุขสบายดี แต่หากความสุขนั้นเป็นของปลอม
เราย่อม บ่ายหน้าไปสู่ความทุกข์ในครั้งใหม่เช่นเดิม

แต่หากยอมเหน็ดเหนื่อยในวันนี้
ด้วยการฝืนทวนกระแสความคิดที่มาบังคับเพื่อ หลอกให้เราทำตาม
แม้เบื้องต้นอาจเหนื่อยล้าเพราะถูกปัญหารุมเร้า
แต่เมื่อฝึกฝนจนก้าวผ่านได้ ทุกหยาดเหงื่อของความรู้สึกที่เคยร้อนลน
ย่อมกลายเป็นน้ำฝนที่พร่างพรมลงมาให้เรารู้สึกเย็นใจได้ในทุกครั้งที่สัมผัส

ดังนั้น เมื่อต้องการความสุขที่ยั่งยืนมาเป็นรางวัลตอบแทนการเกิดมาของชีวิต
เราไม่ควรที่จะให้จิตใจไหลลู่ตามแรงโน้มถ่วงของอารมณ์
ไม่ควรให้ความรู้สึกที่ติดลบมาเหยียบย่ำชีวิตจิตใจ
แล้วต้องทำให้เราเป็นได้แค่ผู้ยอมจำนน

แต่เราควรรู้จักเรียนรู้และทนฝืนความรู้สึกที่เป็นการตามใจ
ให้เปลี่ยนมาเป็นความต้องการที่จะฝึกฝืน
เพื่อให้ผ่านความรู้สึกที่เคยชื่นชอบ
ให้มาเป็น ความเข้าใจตามความเป็นจริง
โดยมีสติปัญญาเป็นผู้คอยกลั่นกรองให้เห็นความสงบนิ่งของใจแทน

แล้ววันหนึ่งที่ฝึกฝนจนสอบผ่านเราย่อมมีจิตใจที่แข็งแกร่งเป็นของตัวเอง
ซึ่งจะเป็นเครื่องนำพาให้เราได้เดินไปสู่ชีวิตที่สงบสุข
และมีความงามของการสร้างสรรค์
ดั่งคนที่ไร้ทุกข์ทางจิตอย่างถาวร

เมื่อถึงวันนั้น ความทุกข์ที่เคยเหยียบย่ำให้เจ็บช้ำ
ก็จะกลายเป็นครูสอนให้ เราฉลาดขึ้น
และทำให้เรากล้าที่จะก้าวข้ามปัญหา
เพื่อไปสู่การเกิดปัญญาชนิดใหม่
ที่จะทำให้เราเป็นผู้ขึ้นไปยืนอยู่เหนือความทุกข์ทั้งปวงได้อย่างสง่างาม





บางบทจาก...หนังสืออย่านำดวงใจไปให้ใครเหยียบเล่น โดย: ชุติปัญโญ
สำนักพิมพ์ใยไหม

 

บทความอื่นๆในหมวด
เรื่องเศร้าๆของคู่รักคู่หนึ่ง TT_TT
เติมชีวิต..ด้วยรัก..
เสียงร่ำร้องของความรัก
คุณค่าของเวลา
วิ่งตามอะไรกันในชีวิต
เพียงก้าวพลั้ง
บทความซึ้งๆๆที่บางคนเคยอ่าน
ที่ใดมีรัก..ที่นั้นมีทุกข์..จริงหรือ
ทุกข์กับความรัก... ที่ไม่สมหวัง
หนึ่งคำ..... มาจากความรู้สึกทั้งหมดที่มี...
» บทความในหมวดทั้งหมด

Tag
บางอย่างที่เราไม่เคยจำ  แมลงปอ  รักเราเท่าเดิม  ความรู้สึก  ความเศร้า  สัญญา  รัก  คุณค่า  ความรัก  ขอเพียงแค่ 1 นาที  ความสุข  หนังสือ  ยางลบ  เพื่อน  ยอมรับ  ความเจ็บปวด  ชีวิตกับความรัก  วิ่งตามอะไรกัน  ความรู้สึก  คำปลอบใจ  เพื่อน  บทลาของการเริ่มต้น  ข้อคิดดี ๆ  ความรัก  ชอบ  ยิ้ม  เวลา  แต่่งงาน  แม่  ความรัก  รักนั้น เป็นไฉน  ความรัก  มองความรักอย่างเข้าใจ  ความรัก  ความรัก  พระจันทร์  ครอบครัว  แม่  ลูก    
บทความที่เกี่ยวข้อง
10 ปีที่ผ่านไป..ไม่มีค่าเท่ากับ 1 วันที่เหลืออยู่
ความทรงจำ เป็นสิ่งที่มีค่ามาก สำหรับคนบางคน โดยเฉพาะคนที่มีเวลาดี ๆ ที่ใช้กับคนรัก ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนหวงแหน ต้องระลึกไว้ในความทรงจำ
นักเดินทาง ตะเกียง และแสงจันทร์
ฉันอาจเป็นเพียงตะเกียงดวงหนึ่ง ที่มีแสงเพียงน้อยนิด อาจจะไม่จำเป็นเลยในบางช่วง
จะมีอีกไหม ใครที่ดีเหมือนเธอ
เที่ยงวันนี้ก็ร้อนอีกเช่นเคย.. พระอาทิตย์ก็ยังขึ้นกลางหัวผมเสมอ.. ผมวุ่นอยู่กับการเรียนรอบเช้าที่แสนน่าเบื่อ
กล้ายอมรับความผิดหวังเจ็บปวด...
กล้าเผชิญกับสิ่งเลวร้าย... จะทำให้จิตใจกล้าแกร่งกว่าเดิม ทำให้ชีวิตมีภูมิคุ้มกัน
  แสดงความคิดเห็น
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 

แสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่นี่
ความคิดเห็น :
*
ชื่อ/Email :
    คลิกเพื่อขอรหัสโค๊ดใหม่
รหัสยืนยัน :
 

Search Engine Bot Detect : บอทยังไม่ได้มาเก็บข้อมูล