ตั้งเป็นหน้าแรก  
Bookmark and Share  
  หน้าแรก | ประกาศสินค้า | วิทยุออนไลน์ | เกมส์ | หาเพื่อน | ดูทีวีออนไลน์ | บันเทิง | บทความดีๆ | ไอที | สาระน่ารู้ | สารบัญเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา  
     อุปกรณ์สื่อสาร   คอมพิวเตอร์   กีฬา   บ้านและที่ดิน   เกมส์และของเล่น   เบ็ดเตล็ด   ของสะสม 
     ประกาศ    ดนตรี   ยานพาหนะ   เครื่องใช้ไฟฟ้า   สัตว์เลี้ยงและต้นไม้   เครื่องแต่งกาย   
     อุปกรณ์ถ่ายภาพ    อุตสาหกรรม   หนังสือและเครื่องเขียน   งานและการศึกษา   อาหารและสุขภาพ   อุปกรณ์สำนักงาน   
   หน้าแรกหมวดสาระน่ารู้ความรู้ » เป็นผู้ใหญ่ในโลกแบบเด็กๆกันดีกว่า ดร.แพง ชินพงศ์
 

เป็นผู้ใหญ่ในโลกแบบเด็กๆกันดีกว่า ดร.แพง ชินพงศ์


ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
       แม้ ช่วงนี้บ้านเราจะเป็นช่วงฤดูฝน แต่อากาศกลับร้อนแบบหูดับตับไหม้ มิหนำซ้ำประเทศไทยยังประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งทำให้คนทุกเพศทุกวัยต่างก็เครียดกับการระวังรักษาสุขภาพทั้งของตัวเอง และของคนใกล้ตัว ยิ่งคนเป็นพ่อเป็นแม่ด้วยแล้วคงจะกังวลไม่น้อยกับการหาวิธีป้องกันและดูแล สุขภาพของลูก ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก แต่สำหรับเด็ก ๆ เรื่องนี้อาจกลับกลายเป็นเรื่องที่น่าสนุก ผู้เขียนเห็นเด็ก ๆ หลายคนดีใจมากกับการเกิดโรคระบาดนี้ เพราะว่าโรงเรียนปิดทำให้พวกเขาไม่ต้องไปโรงเรียน แถมการสวมหน้ากากอนามัยก็เป็นเรื่องตลกที่นำมาล้อเล่นกันเป็นที่สนุกสนาน สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นเหล่านี้ทำให้ผู้เขียนได้เห็นแง่มุมที่น่าสนใจและได้ ข้อคิดบางอย่างว่า แม้ความทุกข์หรือปัญหาจะเข้ามาในชีวิตของเราอยู่เสมอ แต่ถ้าบางครั้งเราซึ่งเป็นผู้ใหญ่เลือกที่จะมองโลกอย่างเด็ก ๆ บ้างก็คงจะดีไม่น้อย เพราะเราจะได้เผชิญกับความทุกข์และปัญหานั้น ๆ ได้โดยไม่รู้สึกหดหู่หรือท้อแท้ใจ มาดูกันซิว่าคุณสมบัติใดของเด็กที่ควรจะมีอยู่ในตัวของผู้ใหญ่อย่างเราบ้าง เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบมีความสุขเหมือนอย่างเด็กๆ
       
       1. ความเป็นตัวของตัวเอง
       

       ธรรมชาติ ของเด็กมักสนุกกับการทดลองทำอะไรด้วยตัวเอง พวกเขากล้าที่จะคิด พูดและแสดงออกอย่างที่เขารู้สึกจริงๆ สำหรับเด็กๆแล้วไม่มีต่อหน้าหรือลับหลัง ซึ่งเราคงเคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆว่าถ้ามีคำถามที่อยากได้คำตอบที่ซื่อ ๆ ตรง ๆ ก็ให้ไปถามเด็ก เพราะเด็ก ๆ ไม่มีมารยา ไม่มีความคิดปรุงแต่ง แต่สำหรับผู้ใหญ่แล้วมักไม่เป็นเช่นนั้น เราเคยชินกับการหลบหลีกการแสดงออกในความเป็นตัวของตัวเองและพยายามที่จะเป็น เหมือนคนอื่นทั้งความคิด การพูด การแสดงความรู้สึกและการกระทำ เพราะกลัวว่าหากแสดงความเป็นตัวตนออกมาจะเข้ากับผู้อื่นไม่ได้หรือจะกลาย เป็นคนแปลกแยก ซึ่งสิ่งนี้อาจทำให้เราเกิดความเครียด รู้สึกเก็บกดและขาดความสุขในการดำเนินชีวิตได้
       
       ดัง นั้นผู้ใหญ่ควรมีความเป็นตัวของตัวเองเหมือนกับเด็ก ๆ บ้าง เพราะจะทำให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดโปร่ง มีความสุข ไม่กดดัน ไม่อึดอัด และช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับตนเอง
       
       2. มีจินตนาการ
       

       วัย เด็กเป็นวัยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เราอาจเคยได้ยินเด็กๆพูดหรือถามว่า “คุณพ่อเห็นเมฆก้อนนั้นไหมครับ เหมือนไดโนเสาร์เลย?” หรือ “คุณแม่ขา หนูระบายสีดอกมะลิเป็นสีฟ้าได้ไหมคะ?” หรือบางครั้งเราอาจเห็นเด็กผู้ชายเล่นสมมุติว่าตนเองเป็นซุปเปอร์แมน เป็นนักบินอวกาศเหมือนที่เขาเห็นในทีวี ส่วนเด็กผู้หญิงก็อาจเล่นสมมุติเป็นเจ้าหญิงหรือเป็นนางฟ้า โลกของเด็กเป็นโลกที่เต็มไปด้วยความคิดที่เป็นอิสระไม่อยู่ในกรอบที่ถูก จำกัด เป็นโลกแห่งความสุขที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นมา
       
       ผู้ใหญ่ อย่างเราก็มีโลกแห่งความสุขนี้ได้ อย่าคิดว่าจินตนาการเป็นสิ่งฝันเฟื่องสำหรับคนโตแล้ว ลองมองโลกแบบเด็ก ๆ บ้าง ให้เรามีพื้นที่เล็ก ๆ ในความคิดที่จะจินตนาการถึงสิ่งที่เราชอบหรือมีความสุข หรือลองคิดในสิ่งที่แตกต่างไปจากสิ่งที่จำเจอยู่ทุกวัน ก็จะเป็นการช่วยเติมสีสันให้กับชีวิตของเราได้และยังสามารถพัฒนาให้เราเป็น คนมีความคิดสร้างสรรค์ได้อีกด้วย
       
       3. มีอารมณ์ร่าเริง แจ่มใส
       
       เด็กๆ ชอบเล่นซนและรักความสนุกสนาน โลกของเด็กร่าเริง แจ่มใส ไม่มีความเครียด ไม่มีความวิตกกังวล เวลาที่เราเครียดหรือมีปัญหาหนักอกหนักใจจนทำให้สมองและจิตใจอ่อนล้าจนแทบทน ไม่ไหว ลองไปนั่งดูเด็ก ๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน รับรองว่าจะช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายสบายใจสบายกายอย่างน่าประหลาดจริงๆ
       
       ดัง นั้นหากผู้ใหญ่อย่างเราไม่อยากแก่เร็วเพราะมัวแต่อมทุกข์ ก็ต้องทำตัวสนุกสนานเหมือนเด็ก ๆ ยิ้ม หัวเราะบ่อย ๆ หากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด เช่นหาหนังตลกมาดู อ่านการ์ตูนขำขัน หรือทำกิจกรรมที่เราชื่นชอบ เช่น ฟังเพลง เล่นดนตรี เล่นกีฬา ทำอาหาร ทำงานศิลปะ เพราะกิจกรรมเหล่านี้ช่วยทำให้สมองเราปลอดโปร่ง ส่งผลให้เราเป็นคนที่มีอารมณ์ดี ร่าเริง แจ่มใส
       
       4. ไม่โกรธ ไม่เกลียด
       
       เวลา เราเห็นเด็กๆเล่นกัน พวกเขาอาจมีแย่งของเล่นกันบ้าง แกล้งดึงผมเปียกันบ้าง บางทีเล่นอะไรแพ้ก็ร้องไห้งอแงบ้าง งอนกันสักพักเดียว เดี๋ยวก็กลับมาเล่นสนุกหัวเราะให้กันได้เหมือนเดิม โลกของเด็ก ๆ ทั่วไปไม่มีความโกรธ ไม่มีความเกลียด มีแต่เราเล่นกันเราก็เป็นเพื่อนกัน สิ่งนี้เป็นสิ่งดี ๆ ตามธรรมชาติของเด็กซึ่งน่าเสียดายที่พอโตขึ้นธรรมชาตินี้จะค่อยๆหายไป เพราะ ในความเป็นผู้ใหญ่บางครั้งเรายึดติดกับคำว่าศักดิ์ศรีมากเกินไป อยากให้เรานึกถึงภาพเด็ก ๆ ชูนิ้วก้อยง้อกันเวลาที่เขางอนกัน สำหรับเด็ก ๆ แล้วถ้าไม่มีเธอฉันก็เล่นไม่สนุก ถ้าเรามีภาพแบบนี้ในผู้ใหญ่บ้าง ชีวิตเราคงมีความสุขกันทุกๆคนแน่นอน
       

       ในโลกของ เด็กนั้นเป็นโลกที่น่ารัก สวยงามและมีแต่สิ่งที่น่าชื่นใจ หากผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตแบบเด็ก ๆ ดูบ้าง พยายามเป็นตัวของตัวเอง ฝึกที่จะมีจินตนาการ ทำอารมณ์ให้ร่าเริงแจ่มใสและไม่โกรธไม่เกลียดกัน ผู้เขียนเชื่อว่าโลกนี้คงน่าอยู่มากกว่านี้จริงๆ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
 

บทความอื่นๆในหมวด
10 เหตุผลที่บอกว่าควรเลิกสูบบุหรี่
รู้เหลี่ยม เพื่อนออนไลน์ คุยได้แต่อย่าจริงจัง
8 วิธี...เคลียร์สมองใสในออฟฟิศ
Hotline รวมหมายเลขสายด่วนเพื่อสังคมครับ
5 วิธี ดับกลิ่นบุหรี่ก่อกวนใจ
ดูแลเรียวขา ให้งาม และน่ามองที่สุด
คำแนะนำ 10 ข้อ เมื่อคุณถูกแอบรัก คนในออฟฟิตเดียวกัน
วิธีขับสารพิษด้วยการหายใจ
ความหมายของการมอบดอกไม้ชนิดต่างๆ
ความลับของมือถือ ที่เราไม่รู้ เพราะคนขายไม่บอก
» บทความในหมวดทั้งหมด

Tag
แอบรัก  ออฟฟิต  ผู้ชาย  มองเห็น  หญิงเห็นใกล้  ชายเห็นไกล  น้ำมันมะพร้าว  บำรุงเส้นผม  hotline  สายด่วน  ยิ้ม  กำจัดกลิ่นปาก  ลืม  โกหก  สุดยอดคำถาม  กลิ่นบุหรี่  เพื่อน  วันแม่  สัมภาษณ์  งาน  ส้นเท้าแตก  รหัสไปรษณีย์  ควันดำ  เครียด  ทำงาน  ออฟฟิต  เพื่อน  สาหร่าย  ไอโอดีน  อาหาร  ขี้อาย  ผู้หญิง  คู่  ชีวิตคู่  เพื่อน  วันเข้าพรรษา  ศาสนา  ภาษารัก  คำบอกรัก    
บทความที่เกี่ยวข้อง
รู้ใว้ใช่ว่า
การแลบลิ้นให้น้ำลายยืดลงพื้น 3 หยดจะแก้เผ็ดได้ จริงหรือ ดูดนมยางของเด็กทารกตอนนอนจะแก้อาการนอนกรนได้ จริงหรือ
  แสดงความคิดเห็น
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 

แสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่นี่
ความคิดเห็น :
*
ชื่อ/Email :
    คลิกเพื่อขอรหัสโค๊ดใหม่
รหัสยืนยัน :
 

Search Engine Bot Detect : บอทยังไม่ได้มาเก็บข้อมูล