|
“ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1เอ็น 1”
“Influenza A 2009 (H1N1)” หรือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009
ไข้หวัดใหญ่ที่กำลังระบาดตามข่าวอยู่ในขณะนี้คือโรคอะไร ?
โรคที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้
เป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในคน แพร่ติดต่อระหว่างคนสู่คน
ไม่พบว่ามีการติดต่อมาจากสุกร เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช1
เอ็น1 (A/H1N1) ซึ่งเป็นเชื้อตัวใหม่ที่ไม่เคยพบทั้งในสุกรและในคน
เป็นเชื้อที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์
ซึ่งมีสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่คน ไข้หวัดใหญ่สุกร
และไข้หวัดใหญ่สัตว์ปีกด้วย เริ่มพบการระบาดที่ประเทศเม็กซิโก
และแพร่ไปกับผู้เดินทางไปในอีกหลายประเทศ ระยะแรก
กระทรวงสาธารณสุขใช้ชื่อโรคนี้ว่า “โรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก”
และเมื่อองค์การอนามัยโลกได้ประกาศชื่อเป็นทางการเมื่อวันที่ 30
เมษายนที่ผ่านมา จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ
เอช1เอ็น1” และใช้ชื่อย่อว่า “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009”
เหตุใดจึงไม่ใช้คำว่าไข้หวัดสุกร (Swine Flu) ?
เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ใหม่
ในการรายงานโรคนี้ช่วงแรกในภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Swine Flu”
หรือไข้หวัดใหญ่สุกร โดยปกติแล้ว
ไข้หวัดใหญ่สุกรเป็นโรคทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นในสุกร
มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่หลายชนิด เช่น H1N1, H1N2, H3N1
และH3N2 การติดเชื้อเกิดโดยคนหายใจเอาละอองฝอยเมื่อสุกรไอ หรือจาม เข้าไป
หรือการสัมผัสกับสุกร อย่างไรก็ตามเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโกนี้
ผลการตรวจวิเคราะห์ในระดับพันธุกรรมพบว่า
เป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่พบในคนทั้งในเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา
และผลการสอบสวนโรค ไม่พบผู้ใดติดโรคจากสุกร
หากแต่เป็นการแพร่กระจายโรคจากคนสู่คนเท่านั้น
ต่อมา
องค์การอนามัยโลกได้เปลี่ยนการเรียกชื่อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เป็น
“ไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1” (Influenza A H1N1)
กระทรวงสาธารณสุขไทยจึงเปลี่ยนชื่อย่อว่า “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009”
เพื่อสื่อให้ประชาชนไม่สับสนกับไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช1เอ็น1
ที่เกิดตามฤดูกาล ซึ่งเป็นไวรัสไข้หวัดใหญ่คนละตัวกัน
เกิดการระบาดขึ้นที่ประเทศใดบ้าง ?
เดือนมีนาคม 2552 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และผู้ป่วยปอดบวม ในเม็กซิโก
สหรัฐอเมริกา อินเดียนา นอกจากนั้นยังพบผู้ป่วยติดเชื้อในออสเตรีย แคนาดา
เยอรมนี อิสราเอล เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ สเปน และสหราชอาณาจักร
ในประเทศไทยยังไม่เคยพบเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ดังกล่าวนี้
คนติดโรคนี้ได้อย่างไร ?
คนส่วนใหญ่ติดโรคไข้หวัดใหญ่ จากการถูกละอองฝอยไอจาม น้ำมูก น้ำลาย
ของผู้ป่วยโดยตรง
บางรายอาจได้รับเชื้อทางอ้อมผ่านทางมือหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อน
เชื้อ เช่น ผ้าเช็ดหน้า ลูกบิดประตู โทรศัพท์ แก้วน้ำ เป็นต้น
ไม่มีรายงานการติดต่อจากการรับประทานเนื้อสุกร
สำหรับการป้องกัน กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตัว ดังนี้
1. หากไม่มีความจำเป็น ควรชะลอการเดินทางไปยังพื้นที่ที่กำลังเกิดการระบาดจนกว่าสถานการณ์จะยุติลง
2.
หากจำเป็นต้องเดินทางไปพื้นที่เกิดการระบาด
ให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอ และที่แออัด
หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ หรือเช็ดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์
พร้อมปฎิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้นที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัด 3.
ผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่เกิดการระบาด ถ้ามีอาการของไข้หวัดใหญ่ เช่น
มีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยเนื้อตัว ฯลฯ ภายใน 7 วันหลังเดินทางกลับ
ควรสวมหน้ากากอนามัย หรือใช้กระดาษทิชชูปิดปากจมูกทุกครั้งที่ไอจาม
และรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาและคำแนะนำในการปฎิบัติตัวอย่างเข็มงวด
4. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดย
4.1 รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักและผลไม้
ดื่มน้ำสะอาดและนอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มสุรา
4.2 หมั่นล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการไอ จาม
4.3
หากพบว่ามีผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ภายในบ้าน
หรือสถานที่ทำงานเดียวกัน ต้องรีบแจ้งสำนักงานสาธารณสุข
หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อเข้า
ดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดทันที
ด้วยความปรารถนาดีจาก รพ.วิภาวดี
ที่มา : http://www.vibhavadi.com/
|