ตั้งเป็นหน้าแรก  
Bookmark and Share  
  หน้าแรก | ประกาศสินค้า | วิทยุออนไลน์ | เกมส์ | หาเพื่อน | ดูทีวีออนไลน์ | บันเทิง | บทความดีๆ | ไอที | สาระน่ารู้ | สารบัญเว็บไซต์ | ติดต่อลงโฆษณา  
     อุปกรณ์สื่อสาร   คอมพิวเตอร์   กีฬา   บ้านและที่ดิน   เกมส์และของเล่น   เบ็ดเตล็ด   ของสะสม 
     ประกาศ    ดนตรี   ยานพาหนะ   เครื่องใช้ไฟฟ้า   สัตว์เลี้ยงและต้นไม้   เครื่องแต่งกาย   
     อุปกรณ์ถ่ายภาพ    อุตสาหกรรม   หนังสือและเครื่องเขียน   งานและการศึกษา   อาหารและสุขภาพ   อุปกรณ์สำนักงาน   
   หน้าแรกหมวดสุขภาพ » ล้างมือ วิธีดูแลสุขภาพที่แสนธรรมดา
 

ล้างมือ วิธีดูแลสุขภาพที่แสนธรรมดา


ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
 http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=423033&stc=1&d=1224088005

    เชื้อโรค มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เราอาจติดเชื้อได้ง่ายๆ หากไม่รู้จักป้องกันดูแลสุขภาพ ลองใช้วิธีการง่ายๆ และคนส่วนใหญ่มักจะละเลยก็คือ การล้างมือ
แค่ก่อนอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ก็ช่วยให้คุณปลอดโรคได้

     เวลา พูดถึงการดูแลสุขภาพ คนเรามักนึกถึงเรื่องที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ถ้าเป็นเรื่องอาหารก็เป็นเรื่องที่ต้องสรรหาและปรุงแต่งอย่างไม่ธรรมดา ถ้าจะพักผ่อน
ก็ต้องตะลอนหาบรรยากาศดีๆ แต่คนเรามักจะละเลยสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ อย่างการ 'ล้างมือ'

บางครั้งเมื่อละเลยแล้ว ก็สามารถเป็นต้นเหตุให้เกิดความเจ็บป่วยขึ้นได้ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไปจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

การ 'ล้างมือ' เป็นการดูแลสุขภาพแบบง่ายที่สุดและเรียกได้ว่าราคาถูกที่สุดก็ว่าได้

     "จะ คอยเตือนลูกตลอดให้เขาล้างมือก่อนทานอาหาร เขาก็ทำจนเป็นนิสัยประจำอยู่แล้ว มีบางครั้งที่หิวหน้ามืดตาลายจริงๆ วิ่งมาจะหยิบขนมเข้าปาก หากตอนนั้นเขาเล่นอยู่ในบ้านก็จะปล่อยนะ แต่ถ้าไปเล่นข้างนอกมา ก็จะไม่ยอม ต้องให้ไปล้างมือก่อน" จุฑารัตน์ ถือซื่อ เล่าถึง 'นโม' ลูกสาววัย 6 ขวบของเธอที่ไม่เคยเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อใดๆ แม้กระทั่งท้องเสียเล็กๆ น้อยๆ

     ตั้งแต่ ปีที่แล้วมา เรามักได้ยินข่าวเรื่องโรคระบาดพวกปากมือเท้าเปื่อยในเด็กนักเรียนอย่างอนุ บาลหรือป.1- ป.2 ทางโรงเรียนต่างๆ จึงมีหนังสือเวียน
ถึงผู้ปกครองอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวการระบาดของโรค ไม่ว่าจะในเมืองไทยหรือต่างประเทศ ผู้ปกครองจึงเตรียมกระติกน้ำดื่มและของใช้ส่วนตัวของ
เด็กๆ มาเอง ดูแลเอาใจใส่ให้เด็กล้างมือก่อนทานอาหารและหลังจากเข้าห้องน้ำ

การดูแลสุขภาพตัวเองด้วยการล้างมือ บางครั้งก็เป็นเรื่องง่ายดาย จนทำคนมองข้าม แม้จะเห็นความจำเป็นแล้วก็ตาม

     "อ่าน เจอจากนิตยสารบ่อยๆ เขาบอกว่าบนแป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์เชื้อโรคเยอะกว่าในห้องน้ำเสียอีก สิ่งที่ทำเป็นประจำก็คือ นั่งทำงานไป กินขนมไปด้วย
บางทีก็ทานข้าว แป้นพิมพ์เป็นมันเลย" จุฑารัตน์ กล่าวเช่นนั้น ส่วนเรื่องล้างมือก่อนทานอาหาร บางครั้งเธอก็ลืมเพราะต้องออกไปทานอาหารตามร้านข้างนอก

     จุฑารัตน์ บอกว่า ที่จริงก็ทราบว่าไม่เฉพาะคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ บนโต๊ะหรือปุ่มกดลิฟต์ ก็ไม่ใช่จุดที่จะไว้ใจได้ ก็เพราะเวลาเป็นเงินเป็นทอง ทำให้เผลอตัว
ผละมือจากแป้นพิมพ์งานได้ ก็หยิบขนมใส่ปากทานรองท้องก่อนเพื่อไม่ต้องเสียเวลา ก่อนลุกไปทานอาหารเป็นเรื่องเป็นราว

เชื้อโรคมีอยู่ทุกที่

ศ.นพ. สมหวัง ด่านชัยวิจิตร แพทย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายถึงเชื้อโรคว่า เป็นสาเหตุหนึ่งของ
อาการเจ็บป่วยของคนเรา

     ใน ร่างกายของเราก็มีเชื้อโรคอยู่ในตัว ทุกส่วนบนร่างกายเราที่มองเห็น จับต้องได้ มีเชื้อโรคเสมอ แม้กระทั่งจับต้องไม่ได้ ตรงไหนเป็นรูเป็นโพรงตรงนั้นเชื้อโรคเยอะ
อย่างรูจมูกหรือในปาก ถ้าไม่ได้แปรงฟัน สักพักหรือสักชั่วโมงหนึ่ง ปากก็เหม็นแล้ว เพราะแบคทีเรียเจริญเติบโตเต็มที่ อย่างรักแร้ที่มีกลิ่นเหม็นก็เพราะมีเชื้อโรคมากนั่นเอง

     เชื้อ โรคมีทั้งมีประโยชน์และโทษ ประโยชน์คือ เป็นยาป้องกันตัวเราเอง ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคข้างนอกเข้ามา อีกอย่างเชื้อโรคบนผิวหนัง ร่างกายจะสร้างกรดไขมันป้องกัน ถ้าเชื้อโรคอื่นมาตกใส่ก็จะตาย

     "หน้า มันๆ อย่างผู้ชาย เชื้อโรคไม่ค่อยชอบ เกาะแล้วมันตาย แต่ถ้าหน้าสาวๆ ล้างสะอาดๆ ไม่ค่อยมีกรดไขมัน พวกสิวฝ้า เสี้ยน ผู้หญิงมักเป็นมากกว่าผู้ชาย"
ศ.นพ.สมหวัง กล่าว ก็เพราะเราไปล้างของที่ดีๆ ออกไป

ในร่างกายมนุษย์ ยิ่งอยู่ลึก เชื้อโรคก็ยิ่งมีจำนวนมาก อย่างอุจจาระ ยิ่งมีกลิ่นเหม็น ก็เพราะเชื้อโรคมาก

     คุณ หมอคนเดิม อธิบายต่อว่า พวกเชื้อโรค ถ้ามันอยู่ของมันถูกที่ ก็ไม่มีปัญหา แต่เมื่ออยู่ผิดที่ อย่างเชื้อโรคบนผิวหนัง ถ้าพลัดเข้าไปอยู่ใต้ผิวหนังเพราะมีแผล มันก็ทำให้เกิดโรคหรือเชื้อโรคที่อยู่ในลำไส้ ถ้าลำไส้แตก เชื้อโรคก็ออกไปนอกลำไส้ ก็เกิดโรค

สถานที่ใดเป็นจุดเสี่ยงเชื้อโรคเยอะบ้าง?

     "เชื้อ โรคมีทุกที่ที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใด เวลาเซลล์บนผิวหนังลอก ก็จะมีเชื้อโรคอยู่ หรือเวลาพูด น้ำลายก็ออกมาก็มีเชื้อโรคด้วย" ศ.นพ.สมหวัง กล่าว ส่วนจะมีอันตรายต่อร่างกาย ก็ต่อเมื่อมีเชื้อโรครุนแรงติดต่อได้ อย่าง ไข้หวัดนก โรคซาร์ส ถ้ามีเกิดขึ้นก็จะติดต่อกันได้ง่าย

     ส่วน วิธีการป้องกัน ศ.นพ.สมหวัง บอกว่า เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ทุกทวาร ทั้งการหายใจ กิน ทางบาดแผล และเพศสัมพันธ์ ทั้งๆ ที่ร่างกายมีกลไกป้องกันตาม
ธรรมชาติอยู่แล้ว ถ้าเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายในปริมาณไม่มาก ร่างกายก็มีภูมิคุ้มกันต่อสู้ได้ แต่ถ้าเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจำนวนมาก หรือระหว่างนั้นร่างกายอ่อนแอ หรือเชื้อ
ที่เข้าไปมีความรุนแรง ก็อาจเกินกำลังของร่างกาย ทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้

     "อย่าง การกิน วันหนึ่งเรากินเชื้อโรคไปไม่รู้เท่าไร ขี้ฟันกรัมหนึ่งมีเชื้อโรคกว่าหนึ่งพันล้านตัว วันหนึ่งกินเข้าไปตั้งเท่าไหร่ แล้วยังเชื้อโรคจากอาหารการกิน แต่พอไป
โดนกรดในกระเพาะอาหาร มันก็ตายเกลี้ยง ยกเว้นเรากินเข้าไปเยอะหรือกรดมีน้อย ก็ทำให้เกิดโรคขึ้นมา" ศ.นพ.สมหวัง ว่า โอกาสที่ทำให้ติดเชื้อมากที่สุดคือ การกิน ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงมากที่สุด รองลงมาคือ หวัด ไข้หวัดใหญ่

 

รักษาสุขภาพง่ายๆ 'ล้างมือ'

     โรค ติดเชื้อมากมายสามารถติดต่อผ่านการสัมผัส อย่างเช่น โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด วัณโรค ไข้หวัดใหญ่ โรคหัด หัดเยอรมัน ไม่ได้ติดต่อผ่านการหายใจเอาเชื้อเข้าไปเท่านั้น แต่เวลามือไปสัมผัสกับสิ่งของเครื่องใช้ที่ใช้ร่วมกับคนอื่น หรือของใช้สาธารณะทั่วไป อย่างราวโหนรถเมล์หรือราวบันได
แล้วกลับมาสัมผัสตัวเอง อย่างแคะจมูก เชื้อโรคก็จะเข้าสู่โพรงจมูกส่วนหน้า เมื่อหายใจเข้าไป ก็ทำให้เกิดโรคได้

     โรค ติดเชื้อทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย โรคตับอักเสบชนิดเอ โรคบิด อหิวาตกโรค โรคพยาธิชนิดต่าง ๆ ซึ่งติดต่อได้จากการที่มือปนเปื้อนเชื้อเหล่านี้ แล้วหยิบ
จับอาหารรับประทานเข้าไป โรคติดต่อทางการสัมผัสโดยตรง เช่น โรคตาแดง โรคเชื้อรา แผลอักเสบที่ผิวหนัง หิด เหา โรคเริม โรคที่ติดต่อได้หลายทาง เช่น โรคอีสุกอีใส อาจติดต่อได้จากการหายใจ และการสัมผัส

     โรค ติดเชื้อเหล่านี้ เป็นโรคที่พบบ่อย และบางครั้งอาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงตามมาได้ แต่การป้องกันโรคจากการติดเชื้อเหล่านี้ ไม่ใช่การไปทำความสะอาดจุดต่างๆ ที่ผู้คนต้องเข้าไปใช้ชีวิต มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นก็คือ 'ล้างมือ'

     ศ.นพ.สม หวัง บอกว่า เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ด้วยการสัมผัส ส่วนใหญ่เป็นมือ อย่างบนโต๊ะมีเชื้อโรค เอามือไปจับ เชื้อโรคก็ติดบนมือเรา ถ้าไม่ระมัดระวัง แคะตา แคะขี้มูกหรือจับต้องผิวหนังที่มีแผล หรือคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

การรู้จักดูแลความสะอาดของมือ ก็ลดความเสี่ยงได้ง่ายที่สุด

     "ก่อน กินข้าว ควรล้างมือด้วยน้ำเปล่า ถ้ามีสบู่ก็ดี ไม่ต้องน้ำยาอะไรมาก ล้างด้วยสบู่ธรรมดา เชื้อโรคจะออกไปแล้ว 99% ถ้าฟอกมือดีๆ จะออกไปได้ 99.99%
แต่มันไม่หมดหรอก อยู่ตามรูขุมขน มันไม่ออก แต่ไม่เป็นอันตราย เชื้อโรคที่อันตรายคือ ที่เราไปหยิบจับ อาจจะมีเชื้อโรคทำให้ท้องเสียหรืออาจมีอหิวาต์ติดอยู่ที่มือ
ถ้าหยิบจับอาหารกิน แล้วช่วงนั้นร่างกายอ่อนแอ ก็ป่วยเลย"

ควรล้างมือบ่อยแค่ไหน? ศ.นพ.สมหวัง บอกว่า สำหรับคนทั่วไปมีสองเวลา คือ ก่อนทานอาหารและหลังจากเข้าห้องน้ำ

ป้องกันดีกว่ารักษา

     ปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันดีในวงการแพทย์ว่า ยาต้านจุลชีพหรือยาปฏิชีวนะ หากมีการใช้บ่อย ก็มีผลทำให้เชื้อโรคดื้อยา บริษัทผลิตยาตัวใหม่ๆ ออกมาไม่บ่อยนัก เพราะยาตัวหนึ่งต้องลงทุนเป็นหลักหมื่นล้าน

     ศ.นพ. สมหวัง บอกว่า ช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมาไม่ค่อยมีการลงทุนในการพัฒนายาต้านจุลชีพใหม่ๆ เพราะยาพวกนี้ออกมาขายแค่พักหนึ่ง เชื้อโรคก็ดื้อยาแล้ว
ยาก็ขายไม่ออก จึงดูเหมือนจะหมดยุคยาปฏิชีวนะแล้ว ไม่สามารถทำอะไรเชื้อโรคได้เลย เพราะเชื้อโรคพัฒนาขึ้น ดังนั้นในกลุ่มวิชาชีพแพทย์ก็ต้องระวัง ชะลอ
การใช้ให้น้อยที่สุด ไม่ใช้ยาพร่ำเพรื่อ

     "ดู จากรายงานการดื้อยาแต่ละโรงพยาบาล หลายปีที่ผ่านมามีอัตราการดื้อยาเพิ่มขึ้น สารพัดเชื้อท้องร่วง จนบางเชื้อไม่มียารักษาแล้ว วัณโรคที่ดื้อยา มีปัญหาใน
การรักษามากขึ้น ก็ต้องคิดต่อว่า เราจะถนอมยาไว้ได้อย่างไร ต้องทำร่างกายให้แข็งแรง ไม่ติดเชื้อง่ายๆ ก็ไม่ต้องใช้ยา ยาก็ยังมีประสิทธิภาพอยู่"

     คุณ หมอคนเดิม ว่า อยากรณรงค์ให้คนเห็นความสำคัญของการป้องกันเชื้อโรคก่อนเข้าสู่ร่างกาย มีหลายวิธีอย่างการใส่หน้ากากหรือผ้าคาดจมูก การใช้ช้อนกลางใน
การรับประทานอาหาร และง่ายที่สุด ลงทุนน้อยที่สุด คือ 'ล้างมือ'

     "โรค ที่ระบาดส่วนใหญ่แพร่ด้วยมือ ส่วนที่แพร่ทางน้ำหรืออาหารนั้นเป็นส่วนน้อย และอีกอย่างอยากให้ปฏิบัติจนกลายเป็นวัฒนธรรม เด็กที่ติดเชื้อหวัดหรือโรคติดต่ออะไร
ในสิงคโปร์หรือญี่ปุ่น พอลูกมีอาการไอ พ่อแม่จะต้องใส่หน้ากากอนามัยให้โดยอัตโนมัติเลยก็ช่วยลดการแพร่กระจาย อย่างโรคท้องร่วง ก็สามารถป้องกันเชื้อโรคได้
หรือพวกมือเท้าปากเปื่อย ถ้าขยันล้างมือ ก็ลดความเสี่ยงได้มาก"

เชื้อโรคในโรงพยาบาล

     นอก จากประชาชนทั่วไป ต้องหมั่นล้างมือเพื่อป้องกันเชื้อโรคแล้ว คนอีกกลุ่มที่ต้องเอาใจใส่ในการล้างมืออย่างมาก ก็คือ บุคลากรในโรงพยาบาล โครงการหนึ่งที่
ศ.นพ.สมหวัง ด่านชัยวิจิตร กำลังรณรงค์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในคนไข้ที่เข้ารับการรักษา

เนื่องจากในโรงพยาบาลมีเชื้อโรคจำนวนมาก บุคลากรจึงต้องพิถีพิถันล้างมือ ควรจะล้างแบบไหน จึงมีโครงการเกี่ยวกับการล้างมือ

องค์การ อนามัยโลก มีโครงการว่าในช่วง 3 - 5 ปีจะทำอย่างไรให้คนไข้ปลอดภัยมากที่สุด และการติดเชื้อในโรงพยาบาลมีโอกาสมากแค่ไหน จึงได้มีการศึกษา

     "ปี แรกคือปลายปี 2549 ขณะที่สำรวจมีคนไข้ 6.5% ติดเชื้อจากโรงพยาบาล ทั้งในไทย และอเมริกาประมาณ 7% แถวสแกนดิเนเวียติดเชื้อต่ำสุดประมาณ 4% ถ้าเข้ามาในโรงพยาบาลก็ต้องเสี่ยงแล้ว ถ้าติดเชื้อในโรงพยาบาล ผู้ติดเชื้อ 100 คน มีโอกาสเสียชีวิต 10 คน จำนวนผู้เสียชีวิตสูงมาก เพราะคนไข้ร่างกายอ่อนแอ เฉพาะในเมืองไทยคนไข้ติดเชื้อปีหนึ่งประมาณ 4 แสนคน ในจำนวนนั้นเสียชีวิต 4 หมื่นคน เฉลี่ยแล้วเสียชีวิตวันละ 100 กว่าคน เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ว่า มันเกิดขึ้นทุกวัน"
ศ.นพ.สมหวัง เล่าถึงสาเหตุของการทำงานโครงการรณรงค์เรื่องการล้างมือทั้งในโรงพยาบาล และประชาชนทั่วไป

 
 
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com
 

บทความอื่นๆในหมวด
ปวดข้อศอก อย่านิ่งนอนใจ
ดื่มน้ำมากเกินไป ระวังน้ำเป็นพิษ
10 ปัญหาคาใจเกี่ยวกับการนอน
ต้อหิน...มฤตยูเงียบที่ต้องระวัง
10 อาหารที่อันตรายที่สุดในโลก
ข้อเสียของการดื่มน้ำเย็นจัด
5 เคล็ดลับสวยใสไร้สิวแบบชีวจิต
สูตรสร้างตัวเองเป็นคนใหม่ใน 14 วัน
3 เคล็ดลับลดข้ออักเสบ
สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ใหม่ ชนิด A 2009 H1N1
» บทความในหมวดทั้งหมด

Tag
ข้ออักเสบ  ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ   ตั้งครรภ์  ไข้หวัด  นอนกรน   เวชธานี  เครื่องสำอาง  mp3  ไข้หวัดใหญ่  อาหารอันตราย  อาหาร  ไข้หวัด  ล้างมือ  น้ำเป็นพิษ  ผู้หญิง  ปวดหลัง  อวัยวะ  จำเป็น  ชา  ลดน้ำหนัก  ไข้หวัดสายพันธ์ใหม่  อาหารเช้า  กระดูกพรุน   โรงพยาบาลเวชธานี  ไข่ขาว  ผงชูรส  ไข้หวัดใหญ่  สายพันธ์ใหม่   ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
  ไข้หวัด  เวชธานี  ไข้หวัด  บุหรี่  บะหมี่  การนอน  อ้วน  กรดไหลย้อน   เวชธานี  สวยใสไร้สิว    
บทความที่เกี่ยวข้อง
10 ปัญหาคาใจเกี่ยวกับการนอน
ทำไมการนอนจึงสำคัญ การนอนทำให้กล้ามเนื้อและอวัยวะทุกส่วนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พร้อมสำหรับการทำ งาน
3 เคล็ดลับลดข้ออักเสบ
อายุมากขึ้น ไขข้อย่อมเสื่อมตามกาลเวลา แต่คุณสามารถดูแลให้มันเสื่อมช้าลงได้ด้วยการ
พบบุหรี่พันธุ์ใหม่ แปลงร่างนิโคตินเจลไม่ต้องสูบ
บุหรี่แปลงร่างต่างจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้เพื่อการเลิกบุหรี่ เพราะผลิตภัณฑ์เลิกบุหรี่ มีการศึกษาวิจัย
ศพที่ 5 ไข้หวัด 2009 ตายอีก 2 ชายวัย 45 ไตวายแทรก
อธิบดีกรมการแพทย์ เผย ตาย อีก 1 ไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 สรุปยอดตายแล้ว 5 ราย (ไอเอ็นเอ็น)
  แสดงความคิดเห็น
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 

แสดงความคิดเห็นของท่านได้ที่นี่
ความคิดเห็น :
*
ชื่อ/Email :
    คลิกเพื่อขอรหัสโค๊ดใหม่
รหัสยืนยัน :
 

Search Engine Bot Detect : บอทยังไม่ได้มาเก็บข้อมูล